แชร์ประสบการณ์ค่ะ บทเรียนราคาแพงมาก

อายุเรา 30 ปีนี้รู้สึกแบบเจอบทเรียน
และปัญหาหนากว่าพระไตรปิฎกอีก
ถ้าผ่านเรื่องแย่ๆอีก 2 ปัญหาใหญ่นี้ไปได้นะคะ !!!!!
ฉันจะบูชาตัวเองแล้ว

❌ เรื่องจริง ไม่มีการปรุงแต่ง ยิ่งกว่ามหากาพย์ ❌

1. เราหลุดพ้นจากอดีตสามีติดยา มีเมียน้อยมาได้
ถามว่า ทำไมถึงทนหรอคะ มีลูกจ้า มีตอนอายุ 24 อดทน เพราะไม่อยากให้ลูกครอบครัวไม่ครบแบบเรา สรุปคิดผิด!!  มันไม่ดีขึ้นเลย 6 ปีค่ะ ออกจากมันมาได้ คบกันตั้งแต่เรียน แต่อาการมันออกตอนเราท้องช่วง 23 ตอนแรกมันดีมากกกก พอท้องปุ๊บบันเทิงเลย มันเล่นยา(ไอสึ มาหลายปีพ่อแม่มันปิดเรา) โควิดมันตกงานเราทำงานคนเดียว ทำงานจนออกมาจากมันเลย เริ่ด! มองกลับไป อยากจะทึ้งหัวตัวเองว่า ทนเพื่อ!!!!! ออกมาาา !!!! ออกแล้วชีวิตดีขึ้นจริงค่ะ ถ้าให้เล่าจนครบ เป็นปียังไม่หมดเลยค่ะ

2. หนี้สิน มันเอาชื่อไปกู้ค่าาาหญิง! เพราะทำงานคนเดียวที่ว่าขายขนมจัดเบรกต่างๆ หลักล้าน! แล้วไงต่อ มันเอาไปเลี้ยงกิ๊ก โห ช่วยด้วยยยย !!!! สรุปเรื่องราวเยอะมากกว่าจะออกมา สรุปรับคนเดียวค่า 1,200,000 จุกๆ อิสระมีราคาที่ต้องจ่ายจริงๆค่ะ แต่ ตอนนี้เหลือ 500,000 นิดๆแล้วค่ะ เก่งบ้าไปเลยอ่ะ 🥹

2.1 หนี้บัตรเครดิตอีก ที่มันเอาไปรูดวันิอกจากมันเหลือ 50,000 กว่า ปิดหมดแล้วค่ะปีที่แล้ว ตอนปิดคือนอนร้องไห้น้ำตาแตก เก่งชะมัดเลยอ่ะ 😭 ถ้าปิดอีก้อน 1,200,000 หมดจะร้องขนาดไหนกัน

2.2 เราพยายามผ่อนก้อน 1.2 ล้านจนเหลือหลัก 9 แสนค่ะ แบบไม่ไหวแล้วจะขิต เราเลยไปหาข้อมูลว่ามีวิธีให้จ่ายน้อยลงไหมตอนหยุดจ่ายคือ โดนโทรจิก โทรกระจายมากๆ เพราะตอนออกมาเรานับ 1 ใหม่เลยค่ะ กลับบ้าน ที่ภาคเหนือ แล้วมาทำงานที่ กทม. รายได้ไม่ได้เยอะเทียบกับสมัยขายขนม แต่เราว่าเราเก่งมากค่ะ ที่ไม่ขิตก่อน จนเราได้รู้จัก SAM คลินิกแก้หนี้ เราเลยเอาก้อนนี้ไปเข้าเลยค่ะ สบายขึ้นนิดนึง แต่เราก็สู้มาก แต่นะคะ เข้าแล้ว กู้ยืมไม่ได้อีกจนกว่าจะจ่ายครบนะคะ แต่เราไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ปกติชีวิตไม่ผ่อนอยู่แล้ว ที่ทำบัตรตอนนั้นคือเค้ามาขาย แต่คุณคนนั้นมันรูดจริง รูดฉ่ำ

2.3 ถ้าถามว่าทำไมต้องรับหนี้ด้วย เราโดน Gaslighting มานานค่ะ + เป็นซึมเศร้าอย่างหนัก แบบพยายามชิตด้วยซ้ำไปแต่ไม่มีใครรู้ และ ณ ตอนนั้นเรามีทางเดียวที่จะออกมาจากมันได้จริงๆ คือแบกภาระทุกอย่างออกมา และทิ้งทุกอย่างที่สร้างไว้ที่นั่ส แต่เราคิดว่าเราคิดถูกค่ะ เพราะเราเสียเงินจริง แต่เราได้ชีวิตเรากลับมา ราคาชีวิตเราแพงมากค่ะ เราจะไม่พยายามขิตอีกแล้ว เพราะชีวิตเราแพงมากจริงๆ

แม่เราบอกว่า “เสียดายนะมันชุกมือเปิบเอาหมด”
ส่วนเรา “ แม่ ลูกออกมาครบ 32 ลูกเคยหาได้ ลูกจะหาได้อีก ”
คือต่อให้ตอนนี้หาได้ไม่เท่าเมื่อก่อน แต่ มันสุขภาพจิตดีขึ้นเลย
เงินติดตัวตอนออกมามีแค่ 35,000 แค่นั้นเลย

3. ปัญหาใหญ่ตอนนี้ในชีวิต
3.1 หนี้ SAM ที่เหลือ 500,000 นิดๆ
3.2 บริษัทที่เคยจด แล้วมันไม่ส่งงบ ไม่ทำไรเลย เรารอรับผลนี่แหละค่ะจากกระทู้ก่อน เครียดจริง

ขอบอกเลยว่าเพื่อนที่ทำงานถามว่า
ทำได้ไง ปิดได้ตั้งขนาดนั้นในเวลา 3 ปี
“จะเล่าความลับให้ฟังค่ะ”

1. ประหยัดให้มากที่สุด : ขอบอกเลยว่า เสื้อผ้าใหม่ 3-4 ปีนี้มีแค่ชุดทำงานเท่านั้นที่เสียเงินซื้อ ของใช้ซื้อเฉพาะจำเป็นเท่านั้นจริงๆ ไม่ตามเทรนอะไรทั้งนั้น ไม่แคร์สายตาใครทั้งนั้นด้วย เรามีภาระ อาหารทำเองด้วย ซื้อกินนิดหน่อย ทั้งเดือนค่าอาหารแค่ 4500 อ่ะ ในกรุงเทพนะ ฉันทำได้ พอมีไทยช่วยไทยเหลือไม่เกิน 3000 ด้วยค่ะ กาแฟ ซื้อผงชงเองค่ะ ประหยัด ไม่ไลฟ์โค้ชนะคะ ทำจริงๆ อาหารมื้อดีๆ หรือบุฟเฟต์ให้ตัวเองเดือนละ 1 ครั้งด้วย  อีกอย่าง เรากินข้าววันละมื้อค่ะ แบบจัดเต็มไปเลยเอาให้อิ่ม และกินน้ำเปล่า(กดฟรีด้วยค่ะ)

2. หารายได้เสริม : ใครจ้างอะไรทำหมดค่ะ ไม่เคยกลัวความลำบาก เพราะไม่เคยสบาย เราทำนายหน้า รีวิวของ รับไลฟ์สด งานตอบแชท อะไรที่ได้เงิน และ ทำไหวเอาหมดค่ะ (แต่ระวังมิจจี้นะคะ) แนะนำ ไปหารับงานใน Fastwork ค่ะ

3. ลืมบอกไปว่าเราทำงานเซลล์ค่ะ : เวลาคอมมิชชั่นออก เราจะเก็บไว้สำรองงวดต่อไปเลยค่ะ กี่งวดก็ว่ากันไป ต่อเราจะใช้เงินแค่ฐานเงินเดือน เพราะค่าคอมเป็นสิ่งไม่แน่นอน บางเดือนได้เยอะ ได้น้อย หรือไม่ได้เลยก็มีค่ะ

และสุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า
“ ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่เจอปัญหา เราก็เจอ และอาจจะมีคนเจอยิ่งกว่าเราอีกค่ะ เราต้องสู้นะ เราเก่งกว่าที่คิดเยอะเลยจริงๆ เรามองว่าแบบพอเรามีเป้าหมาย เราซื้อชีวิตเราคืนหมด เราจะได้ไปใช้ชีวิตจริงๆสักที แค่คิดว่าหมดหนี้ก็มีความสุขแล้วค่ะ”

และ อีกข้อคือ

“เลือกผัวให้ดีค่ะ อย่าพลาดแบบเราเด็ดขาด! เจอตัว Super Secret เลยค่ะ โอ้โห ขนาดนี้ก็มี เออมี ฉันเจอค่า !!! ในที่นี้รวมถึงคุณผู้ชายด้วยค่ะ เลือกทั้งทีเลือกดีๆนะคะ มันส่งผลกับชีวิตจริงๆ “

เอาจริงคือเล่าเรื่องมันนี่คือทั้งปีไม่จบ แล้วอย่าว่าเรื่องแต่งนะคะ คิดว่าเรื่องแต่งยังไม่ได้ครึ่งของมันเลยค่ะจริงๆ แค้นค่ะบอกตรงๆ  

และถ้าชีวิตผ่านเรื่องแย่ๆไปได้จะมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ
คิดว่ามีอยู่แล้วหล่ะ เรากินปัญหาเป็นอาหารเช้า 🥹

❌เพิ่มเติมรายละเอียดจากความคิดเห็นที่ 24 ที่เค้าถามนะคะ

1. ทำไมไม่ฟ้องจะได้เอาเงินมาใช้หนี้
ฟ้องค่ะแต่มันไม่ได้จะได้เยอะขนาดนั้น ถ้าเคยขึ้นศาลจริงคุณจะรู้เลยว่า ค่าปรับหรือสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับการฟ้องศาลน่ะค่ะมันขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของคู่กรณีและเราอะไรแบบนี้ด้วยซึ่งมันไม่ได้เรียกเยอะขนาดนั้นค่ะ

2 . ไม่มีทางรูดได้วันเดียว 1,200,000 เราระบุไว้ตรงไหนหรอคะว่ารูดวันเดียว 1,200,000

วงเงินบัตร 250,000 ค่ะ มันรูดไปเยอะอยู่ ตอนออกมาเหลือ 50,000 กว่าค่ะ ลองอยู่ในจุดโดนทำร้ายและ Gaslightingดูก่อนค่ะ มันแย่มากสู้ไม่ได้เลย เจ็บตัวด้วย ไปแจ้งความตำรวจบอกเรื่องผัวเมียอีก ส่งนอีก 1.2 อันนั้น มันเอาไปกู้ธนาคารค่ะ  คนละธนาคารกับบัตรเครดิต บัตรเครดิต กับเงินกู้มันเป็นคนละส่วนกันค่ะ

3. บอกแล้วว่าถ้าอธิบายมันจะยาวเค้าบอกว่าเราอาจจะขาดตกอะไรไปหรือเปล่า บอกตามตรงก็เยอะค่ะเพราะมันเป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ค่อนข้างจะแย่มากเลยด้วย

จะบอกว่าโดนทำร้ายชนิดเป็นแพนิกเลยค่ะ มันมีชู้จริง หลายคนแต่สภาพจิตเราคือแค่จะไปศาลคนเดียวที่สร้างปัญหาหนักสุดคือเราต้องกินยาแล้วไปศาลทุกครั้ง มันวิตกกังวลมาก แพนิกแบบจัดๆ เลยงอกแม่ว่าพอดีกว่า สภาพจิตไม่ไหวค่ะตอนนั้น แต่รักษาปีกว่าดีขึ้นแล้วค่ะ และถ้าจะถามว่าทำไมไม่บอกครอบครัว ไม่กล้าบอกค่ะตอนนั้นไม่รู้คิดอะไรอยู่ พ่อแม่เพิ่งมารู้ตอนจะหย่าเลยค่ะ เพราะแบบ อีแม่ผัวมันชอบพูดว่า กูนะไม่เคยเอาเรื่องทะเลาะกับผัวไปบอกที่บ้านเลยแล้วทีนี้ผัวจะไปมองหน้าคนที่บ้านได้ยังไงอะไรแบบเนี่ยค่ะ เหมือนเป็นการแบบ Gaslighting ไปเลย แล้วตอนนั้นน่ะด้วยความที่ว่าเราติดขี้เกรงใจคนด้วยเราก็เชื่อแล้วก็ไม่อยากมีปัญหากับคนที่บ้านมันด้วยก็เลยไม่พูด อีกส่วนนึงก็คือกลัวที่บ้านเป็นห่วง แต่ถ้ามองกลับไปนะคะก็คงจะเลือกที่จะพูด

ประเด็นคือเราโดน Gaslighting แบบเนี่ยมานานมากจริงๆ จนแบบไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยสักอย่างเดียว กลัวจะทำอะไรก็ผิดไปหมด คือมันหมดความมั่นใจในตัวเองไปแล้วแล้วก็ ก็ต้องขอโทษด้วยค่ะที่เล่าแบบย่อแล้วตัดข้ามอะไรพวกนี้ไป มันเป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ กว่าเราจะแบบรักษาแล้วกล้าที่จะพูดเรื่องพวกนี้อ่ะ ตอนนี้คือมันผ่านมาสามปีแล้ว และเรารักษาหนึ่งปีเต็มเลยนะคะหลังจากหย่าออกมา กว่าจะใช้ชีวิตได้แบบปกติอีกครั้งนึงอ่ะมันไม่ง่ายเลยค่ะ

ช่วง 1 ปีที่เรารักษา 2-3 เดือนแรกมันเละเทะมากค่ะ คือแบบมันแย่เลยอ่ะแบบสุดๆไปเลย เพิ่งเริ่มมาทำงานช่วงเดือนที่สี่แต่ว่าในตอนนั้นมันยังไม่ได้ทำงานแบบออกมาทำงานบริษัทนะคะก็รับหาออนไลน์ในแอปไปก่อนอะไรแบบเนี่ยอะค่ะ เอาเท่าที่ไหวเท่าที่เราทำไหว เพราะว่าถ้าให้ออกสู่สังคมตอนนั้นน่ะบอกเลยว่าออกไม่ได้แน่นอน เราก็สู้มากค่ะ คือร้องไห้ทุกวันน่ะ มันเป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดในชีวิตเราเลยค่ะ เราเพิ่งมากรุงเทพ ก็คือเอาประวัติการรักษา มารักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพค่ะ ตอนที่สมัครสมัครงานแล้วก็ใช้ประกันสังคมรักษา ก็คือยื่นประวัติการรักษาพร้อมกับยาที่หมอจ่ายอะค่ะมา ช่วงแรกก็คือไปทำงานมันก็ไม่ได้มีความสุขนะคะเท่าทุกวันนี้คือไม่เลย ระแวงคนไปหมดแต่เงินก็ต้องหาเหมือนกัน จะอยู่บ้านให้พ่อแม่ ซัปพอร์ตตลอดไปก็ไม่ได้ค่ะ เพราะว่าท่านก็ไม่ได้มีมากไง ที่เค้าพยายามซัปพอร์ตเราที่สุดอ่ะ ช่วงนั้นก็คือเงินที่ฟ้องเมียน้อยด้วยส่วนหนึ่ง ที่บ้านก็ช่วยกันส่วนนึงด้วย คือเราเห็นแม่เราโทษตัวเองให้พ่อฟังด้วยว่าแบบ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าทำไมลูกเจอแบบนี้ ฉันก็เลยพยายามทำตัวเข้มแข็งด้วยค่ะ ตอนแรกจะออกมาทำงานที่กรุงเทพแม่ยังบอกเลยว่าแบบ ไหวหรือเปล่า ฉันบอกอย่างเดียวเลยค่ะว่าไม่ไหวหนูก็ต้องไหวแล้วแหละแม่ ให้หนูอยู่เป็นภาระตลอดไปก็คงทำไม่ได้หรอก คือฉันก็มีหน้าที่ของฉัน เหมือนกันทุกคนมีหน้าที่อ่ะ

แต่ถือให้ดีขึ้นยังไงทุกวันนี้ก็ไม่อยากคุยกับมันนะคะ ไม่อยากเจอหน้าบล็อกทุกช่องทางเลย เราใช้ชีวิตแบบปกติได้อย่างน้อยตอนนี้เราก็ไม่ได้วิตกกังวลว่ามันจะมาทำร้ายเราหรือเปล่า แต่ว่าช่วงแรกอ่ะมันเป็นหนักมากเลยค่ะเหมือนหลอนไปเองว่าโดนทุบตี พ่อแม่สงสารมากค่ะตอนนั้น “กว่าเรากล้าที่จะพูดมันไม่ง่ายเลยนะคะ” ทุกวันนี้ถามว่า แพนิกอยู่ไหมก็เป็นอยู่ค่ะ ความทรงจำมันเลวร้ายมาก แค่เราไม่ได้เป็นหนักเหมือนตอนแรก ที่ออกมาเหมือนเป็นคนเสียสติ ว่าจะโดนทำร้ายอีกก็บุญเท่าไหร่แล้วค่ะ

* หมายเหตุ : พ่อกับแม่เราเลิกกันนะคะ แยกทางกันไปตั้งแต่เรายังเด็กเลยค่ะเรา เราอยู่กับแม่ค่ะ พ่อ = สามีใหม่แม่ ตอนเด็กเกลียดขี้หน้าเค้ามากเลยค่ะ เพราะแบบช่วงนี้พ่อแม่เริ่มแยกทางกันน่ะ เค้าทะเลาะกันแบบฉ่ำมากพ่อแม่แท้ๆนะคะ เราเริ่มรู้เรื่องแล้วค่ะช่วงอนุบาล แล้วเราก็สงสัย ว่าแบบอิตานี่มันใครมันไม่ใช่พ่อฉัน แล้วเราก็เหมือนเห็นพ่อกับแม่เราทะเลาะกันแบบมาตลอด (พ่อกับแม่แท้ๆนะคะ) คือพ่อเลี้ยงเนี่ยเค้ามาตอนที่เราอยู่น่าจะช่วงประถมต้นค่ะ แล้วแบบระหว่างนั้นที่แม่เราไม่ได้มีเขาเข้ามาในชีวิต ก็คือรู้ว่าพ่อกับแม่แท้ๆทะเลาะกันมาตลอด แล้วพอเหมือนมีตาลุงนี่เข้ามา มันแบบโมโหอ่ะว่ามันคือใครวะ มันไม่ใช่พ่อฉันจะให้มาเรียกพ่อได้ยังไง “ ตอนนี้เข้าใจแม่ทุกอย่างค่ะ ” พ่อเลี้ยงเค้าดีเลยอ่ะ

🍀อดทนมาได้ยังไง ไม่รู้ งงตัวเองมากๆ
อย่าว่าแต่คนอ่านงง ฉันก็งง มองกลับไปแบบ ...
เธอมีอะไรให้เสียดายหรอถามจริงๆ
มันมหัศจรรย์มาก ที่ดิฉันคิดไม่ได้ไวกว่านั้น
แต่ภาวะทางจิตตอนนั้นมันคงส่งเสริมด้วยค่ะจากที่หมอบอก
แบบคิดว่าตัวเองดีไม่พอ กลัวพ่อแม่ผิดหวัง
และถูกโยนความผิดใส่ซ้ำๆว่าเพราะฉันเป็นแบบนี้มันถึงมีคนอื่น
ก็พยายามทำทุกอย่างให้ดี ปรับทุกอย่างมันก็ไม่ดีขึ้นมาเลย
จนถึงจุดไม่ไหวละจริงๆ มันเอาทุกความกล้าที่มีโทรหาแม่เลยค่ะ
แม่หนูไม่ไหวแล้ว เล่าจนจบ ตอนออกมาแม่ยังแค้นแทนเลยค่ะ
รู้งี้บอกแต่แรกก็จบแล้ว ทำไมถึงกลัวเขาผิดหวังก็ไม่รู้ตั้งหลายปี

จริงๆตอนแพนิกนี่คือคนที่ให้ฟ้องคือแม่ด้วยนะคะ แต่เราฟ้อง
น้อยมันแค่คนเดียว แล้วไม่ไหวแล้ว ชนะค่ะ แต่พอแค่นั้น
สภาพจิตเราสำคัญสุด ซึ่งโชคดีค่ะที่แม่เข้าใจ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่